การใช้แอลกอฮอล์สเปรย์ที่ถูกต้อง
การใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ล้างมือที่ถูกต้องเป็นอย่างไร คุณใช้สเปรย์แอลกอฮอล์แอลกอฮอล์ล้างมือถูกต้องหรือไม่?
ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ยากลำบากนี้ คนไทยติดเชื้อไปแล้วหลักล้านคนและหลายคนต้องเสียชีวิตหรือคนที่รักไป โดยยอดสะสมผู้เสียชีวิตสูงถึง 11000 คน (ข้อมูล ณ วันที่ 1 ก.ย. 2564) ซึ่งเชื้อโควิด 19 นับว่าเป็นเชื้อที่สามารถติดต่อได้ง่าย ทั้งทางอากาศ (Airborne transmission) ทางการสัมผัส (Contact transmission) และทางฝอยละออง (Droplet transmission) การป้องกันการติดเชื้อทางอากาศและฝอยละอองสามารถทำได้โดยสวมหน้ากากอนามัยอย่างถูกต้อง
ในการติดเชื้อจากการสัมผัส มือคืออวัยวะที่เราใช้หยิบจับสิ่งของต่างๆในสิ่งแวดล้อมที่อาจมีเชื้อไวรัสโควิด-19 แฝงตัวอยู่ สาเหตุที่ทำให้ติดเชื้อคือเมื่อผู้ป่วยหยิบจับสัมผัสสิ่งของที่มีเชื้อโควิด 19 แฝงตัวอยู่จากนั้นผู้ป่วยใช้มือที่มีเชื้อนั้นมาสัมผัสตา จมูก ปาก หรือจับสัมผัสอาหารหรืออุปกรณ์ที่จะใช้กับตา จมูก ปาก เหล่านี้ก็จะทำให้เชื้อโควิด19 เข้าสู่ร่างกายได้
การป้องกันการติดเชื้อทางการสัมผัสที่เป็นที่นิยมวิธีหนึ่งคือการใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ในการล้างมือและฉีดพ่นสิ่งของ คำถามที่ตามมาคือ
การใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ที่ถูกต้องเป็นอย่างไร และที่เราใช้กันอยู่ถูกต้องหรือไม่ คำตอบคือ
1.ฉีดพ่นต้องพ่นให้ทั่วพื้นผิวหรือฉีดพ่นซ้ำหลายครั้งหรือลูบไล้ให้ทั่วผิวสัมผัส
– เพราะเมื่อฉีดพ่น ละอองของสเปรย์แอลกอฮอล์จะกระจายออกห่างกันตามระยะทางที่พุ่งออกไปโดยมีลักษณะตามรูปภาพประกอบ เมื่อละอองกระทบผิวสัมผัสที่ห่างออกไปจะมีบริเวณที่ไม่ได้โดนแอลกอฮอล์ เช่นบริเวณซึ่งเป็นระยะห่างระหว่างละออง A และละออง B ซึ่งมีโอกาสที่เชื้อจะอยู่บริเวณนั้นและไม่ถูกทำลายด้วยแอลกอฮอล์ ดังนั้นเมื่อใช้สเปรย์แอลกอฮอล์ควรฉีดในระยะห่างไม่เกิน 30 ซม. และควรฉีดพ่นซ้ำหลายครั้งหรือควรลูบให้แอลกอฮอล์โชลมทั่วพื้นผิว

– เพราะเมื่อฉีดพ่นสเปรย์แอลกอฮอล์ นอกจากละอองแอลกอฮอล์แล้ว แรงดันของละอองที่พุ่งออกมายังดันให้อากาศฟุ้งกระจายด้วย หากมีเชื้อแบคทีเรียหรือไวรัสอยู่แรงลมนั้นอาจพัดให้เชื้อกระจายไปยังบริเวณอื่น เนื่องจากเชื้อมีน้ำหนักที่เบามากสามารถแขวนลอยในอากาศได้ ดังนั้นจึงไม่ควรฉีดพ่นเข้าหาตัวและไม่ควรฉีดพ่นไปทิศทางที่มีผู้คน
– เพราะจากการศึกษาพบว่า
Lotfi, M., Hamblin, M. R., & Rezaei, N. (2020). COVID-19: Transmission, prevention, and potential therapeutic opportunities. Clinica chimica acta; international journal of clinical chemistry, 508, 254–266. https://doi.org/10.1016/j.cca.2020.05.044
